Most searched:

การยกกองกำลังของนายแห่งเหล่าผู้ยำเกรงไปยังฟุลส์ ในภารกิจทำลายวิหารเจว็ด

ศาสดาท่านสุดท้ายมอบหมายให้ผู้เป็นนายแห่งเหล่าผู้ยำเกรงเชิญชวนชนเผ่าที่ตั้งภาคีต่ออัลลอฮ์ให้ศรัทธาในเอกภาพของพระองค์และทำลายเจว็ดของพวกเขา เมื่อเสียงเรียกร้องแห่งสัจธรรมไม่อาจเข้าถึงผู้ที่ปิดหูไม่ยอมรับฟัง ท่านจึงพิชิตดินแดนนั้น ทำลายวิหารเจว็ดจนราบคาบ และได้รับชัยชนะครั้งใหญ่พร้อมทรัพย์เชลยศึกจำนวนมาก

การยกกองกำลังไปยังฟุลส์ภายใต้การบัญชาการของอะมีรุลมุอ์มินีน (อ.) มีบทบาทสำคัญในการลดทอนการตั้งภาคีและเผยแผ่อิสลามในคาบสมุทรอาหรับ ชัยชนะของผู้เป็นนายแห่งเหล่าผู้ยำเกรง การทำลายเจว็ด “ฟุลส์” และทรัพย์เชลยศึกที่ได้รับ สะท้อนถึงความเข้มแข็งของอิสลามและความอ่อนแอของการบูชาเจว็ด

ความหมายของ “สะรียะฮ์”

คำว่า “สะรียะฮ์” มาจากรากศัพท์ “สัรว์” หมายถึงกองกำลังส่วนหนึ่งที่ถูกส่งไปยังสถานที่แห่งหนึ่งเพื่อปฏิบัติภารกิจตามคำสั่งของท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ (ศ็อลฯ) โดยที่ท่านศาสดา (ศ็อลฯ) มิได้ร่วมเดินทางไปด้วย

เรื่องราวของเหตุการณ์

ศาสดาแห่งอิสลามส่งผู้เป็นนายแห่งเหล่าผู้ยำเกรง(อิมามอะลี)พร้อมกองกำลังกลุ่มหนึ่งไปยังชนเผ่าที่บูชาเจว็ดชื่อ “ฏ็อยย์” เป้าหมายหลักของภารกิจนี้คือการทำลายเจว็ด “ฟุลส์” ซึ่งเป็นที่บูชาของชนเผ่าดังกล่าว

ในเดือนเราะบีอุษษานี ปีที่ 9 แห่งฮิจเราะฮ์ ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ (ศ็อลฯ) ส่งอะมีรุลมุอ์มินีน (อ.) นำกองกำลังชาวอันศอร 150 คน พร้อมอูฐ 100 ตัว และม้า 50 ตัว ไปยังดินแดนของชนเผ่า “ฏ็อยย์” และสั่งให้ท่านทำลายเจว็ดของพวกเขา ซึ่งก็คือฟุลส์

ผู้ถือธงในศึกครั้งนี้คืออะมีรุลมุอ์มินีน (อ.) เช่นเดียวกับในทุกสมรภูมิของท่านศาสดา (ศ็อลฯ) โดยท่านมีธงสีดำและธงทัพสีขาวติดไปด้วย

จากนั้น อะมีรุลมุอ์มินีน (อ.) และกองกำลังของท่านเดินทางไปยังถิ่นพำนักของตระกูลฮาติมในยามรุ่งสาง และทำลายรูเจว็ด “ฟุลส์” จนแตกเป็นชิ้น ๆ พร้อมทั้งยึดทรัพย์เชลยศึกและจับเชลยได้จำนวนหนึ่ง (1)(2)

การแบ่งทรัพย์เชลยศึก

ในการโจมตีครั้งนี้ ทหารมุสลิมภายใต้การบัญชาการของอะมีรุลมุอ์มินีน (อ.) ได้ทรัพย์เชลยศึกจำนวนมาก รวมถึงแกะและอูฐ ตลอดจนเชลยจำนวนมาก ซึ่งถูกนำไปยังมะดีนะฮ์พร้อมทรัพย์ที่ยึดมาได้

ผู้เป็นนายแห่งเหล่าผู้ยำเกรงแต่งตั้งอบูกอตาดะฮ์ให้รับผิดชอบดูแลเชลย และอับดุลลอฮ์ บิน อะตีก ให้รับผิดชอบดูแลปศุสัตว์และทรัพย์สิน

ในคลังสมบัติของฟุลส์มีดาบสามเล่ม ได้แก่ เราะสูบ มิคซัม และดาบที่เรียกว่า “ยะมานี” อีกทั้งยังพบเสื้อเกราะสามตัวด้วย

เมื่อกองกำลังของอะมีรุลมุอ์มินีน (อ.) เดินทางถึงบริเวณ “เราะกัก” พวกเขาได้แบ่งทรัพย์เชลยศึกกัน และแยกส่วนของศาสดาท่านสุดท้ายไว้ ส่วนเชลยจากชนเผ่า “ฏ็อยย์” ถูกนำไปยังมะดีนะฮ์

บนเจว็ด “ฟุลส์” มีดาบสองเล่มแขวนอยู่ เล่มหนึ่งชื่อ “มิคซัม” และอีกเล่มชื่อ “เราะสูบ” ฮาริษ บิน อบีชะมิร ได้ถวายดาบทั้งสองเล่มเป็นของขวัญแก่เจว็ด และมีการนำไปแขวนไว้บนเจว็ดนั้น

อะมีรุลมุอ์มินีน (อ.) นำดาบทั้งสองเล่มไปมอบแก่ท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ (ศ็อลฯ) หนึ่งในเชลยจากภารกิจครั้งนี้คือสัฟฟานะฮ์ พี่น้องหญิงของอะดีย์ บิน ฮาติม และบุตรสาวของฮาติม อัฏฏออีย์ นางถูกนำตัวไปพบท่านศาสนทูตแห่งอัลลอฮ์ (ศ็อลฯ) ที่มะดีนะฮ์ ท่านศาสนทูตปล่อยนางเป็นอิสระ และนางได้เข้ารับอิสลาม (1)(3)

แหล่งอ้างอิง
1. อัลกามิล ฟิตตารีค เล่ม 2 หน้า 285
2. อัศเศาะฮีห์ มิน ซีเราะตินนะบี เล่ม 7 หน้า 38
3. อัฏเฏาะบะกอต อัลกุบรอ เล่ม 2 หน้า 124

เนื้อหาเพิ่มเติม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *